กันเสียงห้องนอนราคาเท่าไร 2026? คู่มือครบวงจร
กันเสียงห้องนอนคืองานปรับปรุงพื้นที่ภายในห้องนอนเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอกหรือป้องกันเสียงลอดออกไป โดยในปี 2026 ค่าใช้จ่ายโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 5,000–50,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดห้อง วัสดุ และวิธีการติดตั้ง
- โฟมกันเสียงหนา 2 นิ้วราคาแผ่นละ 200–500 บาท
- ค่าแรงช่างกันเสียงในกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 300–500 บาทต่อตารางเมตร
- ประตูกันเสียงเริ่มต้นราคา 4,000 บาทต่อบาน
สารบัญ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูหน้า แผ่นกันเสียงคอนโดราคาถูก ของเรา
กันเสียงห้องนอนราคาเท่าไรในปี 2026
ในปี 2026 ค่ากันเสียงห้องนอนสำหรับห้องขนาด 10 ตารางเมตรอยู่ที่ประมาณ 5,000–20,000 บาท และอาจสูงถึง 50,000 บาทหากใช้ระบบกันเสียงเต็มรูปแบบ
ในปี 2026 ค่ากันเสียงห้องนอนสำหรับห้องขนาด 10 ตารางเมตรอยู่ที่ประมาณ 5,000–20,000 บาท ขึ้นอยู่กับวัสดุและขอบเขตงาน
ห้องที่ต้องการกันเสียงเต็มรูปแบบ เช่น เปลี่ยนผนังเป็นยิปซัมสองชั้น เพิ่มฉนวนใยแก้ว และเปลี่ยนกระจก อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 50,000 บาท
ส่วนห้องที่กันเสียงบางจุด เช่น ติดโฟมบริเวณหัวเตียง อุดรอยรั่วตามขอบประตู หรือปูพรมหนา เริ่มต้นเพียง 3,000–5,000 บาท
ถ้าอยากได้ตัวเลขชัดเจน ควรให้ช่างมาวัดหน้างาน เพราะราคาจะต่างกันตามสภาพผนังและฝ้าเพดานเดิม
ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคากันเสียงห้องนอนต่างกัน
ราคากันเสียงห้องนอนขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ วัสดุที่เลือก ค่าแรงช่าง และสภาพผนังเดิมเป็นหลัก
ขนาดพื้นที่คือตัวแปรหลัก เพราะผู้รับเหมาคิดราคาต่อตารางเมตร ยิ่งห้องใหญ่ค่ายิ่งสูงตามไปด้วย
วัสดุแต่ละชนิดมีราคาแตกต่างกัน โฟมกันเสียงราคาถูก แผ่นยิปซัมราคาปานกลาง ส่วนกระจกและประตูกันเสียงมีราคาสูง
ค่าแรงช่างในเขตกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 300–500 บาทต่อตารางเมตร ส่วนต่างจังหวัดอาจต่ำกว่านี้เล็กน้อย
สภาพผนังเดิมก็มีผล หากผนังมีรอยแตกร้าวหรือความชื้น ต้องซ่อมแซมก่อน ซึ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายอีก 1,000–3,000 บาท
ราคาวัสดุกันเสียงแต่ละชนิด
วัสดุกันเสียงยอดนิยมมีตั้งแต่โฟมราคาแผ่นละ 200–500 บาท ไปจนถึงกระจกกันเสียงที่เริ่มต้น 2,500 บาทต่อตารางเมตร
โฟมกันเสียงหนา 2 นิ้ว ราคาแผ่นละ 200–500 บาท นิยมติดบริเวณผนังหัวเตียงเพื่อลดเสียงสะท้อน
แผ่นยิปซัมกันเสียง ราคาแผ่นละ 300–600 บาท เหมาะกับงานผนังใหม่หรือผนังสองชั้น
ฉนวนใยแก้ว ราคาม้วนละ 500–1,500 บาท ใช้ใส้ในผนังหรือฝ้าเพื่อดูดซับเสียง
กระจกกันเสียง ราคาเริ่มต้น 2,500 บาทต่อตารางเมตร ส่วนประตูกันเสียงเริ่มต้น 4,000 บาทต่อบาน
ถ้าต้องการเปรียบเทียบราคาเพิ่มเติม อ่านบทความ แผ่นกันเสียงคอนโดราคาถูก ได้
วิธีกันเสียงห้องนอนด้วยงบจำกัด
ถ้างบน้อย ควรเริ่มจากการอุดช่องว่างตามขอบประตูและหน้าต่าง ติดโฟมเฉพาะจุด และใช้ผ้าม่านหนาเพื่อลดเสียง โดยเริ่มต้นเพียง 3,000–5,000 บาท
ถ้างบน้อย ให้เริ่มจากอุดช่องว่างตามขอบประตูและหน้าต่างก่อน เพราะเสียงส่วนใหญ่รั่วเข้าทางนี้
ใช้ผ้าม่านหนาและพรมปูพื้นเพื่อลดเสียงสะท้อนภายในห้อง ค่าใช้จ่ายรวมเพียงหลักพันบาท
ติดโฟมกันเสียงเฉพาะจุด เช่น บริเวณหัวเตียง หรือผนังที่ติดกับห้องข้าง ๆ เพื่อลดเสียงรบกวนเวลานอน
สำหรับวิธีจัดห้องเพิ่มเติม ลองดู ชุดอุปกรณ์สำเร็จรูป ของ Corax Ads เพื่อไอเดียตกแต่งให้ห้องนอนดูดีขึ้น
จ้างช่างหรือทำเอง? แบบไหนคุ้มกว่า
การจ้างช่างเหมาะกับงานผนัง เพดาน และกระจก ส่วนการทำเองช่วยประหยัดค่าแรง 30–50% แต่ต้องมีเวลาและทักษะ
การจ้างช่างเหมาะกับงานผนัง เพดาน และกระจก เพราะต้องใช้เครื่องมือและความชำนาญเฉพาะทาง
งานเล็ก ๆ เช่น ติดโฟม อุดรอยรั่ว หรือวางพรม ทำเองได้ ช่วยประหยัดค่าแรงถึง 30–50%
ผู้รับเหมาส่วนใหญ่คิดค่าแรงแบบเหมาจ่ายต่อห้อง เริ่มต้น 5,000–15,000 บาท แล้วแต่ขนาดและวัสดุ
ถ้าทำเอง ควรศึกษาเทคนิคจากวิดีโอหรือบทความ ห้องประชุมกันเสียงราคา เพื่อเปรียบเทียบสัดส่วนงาน
สรุปแนวทางเลือกกันเสียงห้องนอน
สรุปแล้ว ควรตั้งงบประมาณตามขนาดห้อง เลือกวัสดุให้ตรงปัญหาที่พบ และเผื่อค่าติดตั้งอีก 20–30%
ก่อนตัดสินใจ ควรวัดขนาดห้องและกำหนดงบประมาณก่อน แล้วเลือกวัสดุให้ตรงกับปัญหาที่พบ
หากเสียงดังมาจากภายนอก เน้นกระจกกันเสียงและประตู แต่ถ้าเสียงสะท้อนในห้อง เน้นโฟมและพรม
เผื่อค่าติดตั้งและวัสดุสิ้นเปลืองอีก 20–30% ของงบโดยรวม เพื่อกันค่าคาดเคลื่อน
ถามผู้รับเหมาหลายรายเพื่อเปรียบเทียบราคา และอ่านคู่มือ อุปกรณ์เสริม เพิ่มเติมได้ที่เว็บ Corax Ads
คุณสามารถสำรวจ ชุดอุปกรณ์สำเร็จรูป ได้
คำถามที่พบบ่อย
กันเสียงห้องนอนต้องใช้โฟมหรือแผ่นยิปซัม?
โฟมเหมาะกับลดเสียงสะท้อนและกันเสียงเบา ๆ ส่วนแผ่นยิปซัมเหมาะกับกันเสียงจากภายนอก หากงบพอ แนะนำทำยิปซัมสองชั้นร่วมกับฉนวนใยแก้วเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
กันเสียงห้องนอนราคาถูกสุดเริ่มต้นเท่าไร?
แบบประหยัดเริ่มต้นประมาณ 3,000–5,000 บาท เช่น อุดรอยรั่วตามขอบประตู ติดโฟมบริเวณหัวเตียง และใช้ผ้าม่านหนาช่วยลดเสียง
กันเสียงกับเก็บเสียงต่างกันอย่างไร?
กันเสียงคือการป้องกันไม่ให้เสียงผ่านเข้าออกระหว่างห้อง ส่วนเก็บเสียงคือการดูดซับเสียงภายในห้องเพื่อลดเสียงก้อง ทั้งสองอย่างนิยมใช้ร่วมกันในการทำห้องนอน